ทีมเป๊ปดูเหนือกว่าถ้าไม่ “อินดี้”

ทุกคนคงพอจะรู้ดีอยู่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคนี้ไม่มีใครสู้ได้แค่ไหน เพราะว่ามีทั้งเกมรุกรวมทั้งรับที่ดุเดือดแน่ๆ ถ้าพวกเขาได้เล่นตามเกมที่ถนัดอาจจะยากที่คนไหนจะหยุดได้ในชั่วโมงนี้www.crunchyroll.com

แต่แม้กระนั้น แฟนเรือใบก็คงทราบดีอีกด้วยเหมือนกัน ว่าฟอร์มที่เห็นว่าดีๆอยู่นั้น วันดีคืนดีนายใหญ่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ถูกใจคิดแผนใหม่ออกมาทดลองใช้ในเกมหลักๆเสียอย่างงั้น รวมทั้งบ่อยมากที่มันออกมา “ไม่เวิร์ก” https://disqus.com/by/lovepoker168/จากที่คาด

อาทิเช่นในเกมลีกที่ทั้งสองพบกันก่อนหน้านี้ที่จัดแผนอินดี้เล่นหลัง 3 ใช้วิงแบ็ก พร้อมที่จะจัดส่งตัวรุกลงมาพร้อมกันถึง 4 คน รวมทั้งแน่ๆยังมีอีกหลายนัดหมายในอดีตที่ทดลองแล้ว “เสียหาย” จนกระทั่งขั้นไม่เข้ารอบก็เคยมีให้เห็นมาแล้ว

ก็อาจจะต้องลุ้นกันว่าเกมนัดหมายชิงแชมป์นี้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลเลือดกระทิงดุจะหาอะไรใหม่ๆมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับให้มึนกันก่อนเกมอีกไหมในคืนวันเสาร์นี้

สิงห์บลูส์กับฟอร์มช่วงหลังที่ไม่น่าไว้วางใจ

แม้ว่าการมาของ โธมัส ทูเคิล จะสามารถพลิกฟื้นให้สิงห์บลูส์เปลี่ยนไปมาเป็นทีมที่อดทนขึ้นอย่างทันตาในตอนครึ่งปีหลัง จวบจนกระทั่งคว้าชั้น 4 มาครอบครองได้พร้อมทั้งเข้าชิงฟุตบอลถ้วยถึง 2 รายการร่วมกัน

แต่ดูเหมือนว่าผลงานของพวกเขาจะไม่สามารถที่จะติดลมบนไปได้จนกระทั่งจุดหมาย เพราะว่าช่วงหลังที่เป็นตอนๆชี้เป็นชี้ตายของฤดูกาล ผลงานของพวกเขากลับดร็อปลงอย่างน่าตกใจ แพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกมรอบชิงแชมป์ เอฟเอ คัพ ที่แพ้ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา แถมล่าสุดยังแพ้ต่อ แอสตัน วิลลา 1-2 ในเกมปิดฤดูกาลที่ต้องการ 3 คะแนนแบบสุดๆอีกต่างหาก

ซึ่งฟอร์มที่ตกลงไปดังกล่าวมาแล้วข้างต้นมันย่อมส่งผลถึงความแน่ใจต่อทั้งแฟนบอลรวมทั้งนักเตะไม่มากมายก็น้อยอย่างแน่แท้ จากที่จะได้ลงเล่นด้วยความฮึกเหิมอย่างเต็มเปี่ยม เปลี่ยนไปเป็นต้องรับมือกับแรงกดดันพรั่งพร้อมทั้งจากในเกมพร้อมทั้งผลงานที่ตกต่ำในตอนก่อนหน้าที่ผ่านมาพร้อมๆกันนั่นเอง

สถิติที่น่าสนใจแบบ “หมัดต่อหมัด” ในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

เกมรุก
จำนวนประตูในช่วงฤดูกาลนี้ : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 22
ได้จากจุดลูกโทษ : แมนฯ ซิตี้ – 2 / เชลซี – 5
ยิงได้จากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 19 / เชลซี – 22
ยิงได้จากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 0
ยิงได้จากลูกโหม่ง : แมนฯ ซิตี้ – 1 / เชลซี – 3
จำนวนครั้งที่ยิงทั้งผอง : แมนฯ ซิตี้ – 123 / เชลซี – 104
ยิงตรงกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 73 / เชลซี – 56
ยิงชนเสา-คาน : แมนฯ ซิตี้ – 6 / เชลซี – 4
จำนวนครั้งที่ส่งบอล : แมนฯ ซิตี้ – 8,290 / เชลซี – 6,561
จำนวนครั้งที่ส่งบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 7,453 / เชลซี – 5,584
อัตราการส่งบอลสำเร็จ : แมนฯ ซิตี้ – 89.9% / เชลซี – 85.1%

เกมรับ
จำนวนประตูที่เสีย : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
คลีนชีท : แมนฯ ซิตี้ – 8 / เชลซี – 8
เสียประตูจากในกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 4 / เชลซี – 4
เสียประตูจากนอกกรอบ : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
บล็อคลูกยิง : แมนฯ ซิตี้ – 25 / เชลซี – 38
เข้าสะกัด : แมนฯ ซิตี้ – 111 / เชลซี – 137
ใบเหลือง : แมนฯ ซิตี้ – 16 / เชลซี – 19
ใบแดง : แมนฯ ซิตี้ – 0 / เชลซี – 0
คาดคะเนรูปเกม

สำหรับรูปเกม คาดว่าทั้งสองทีมจะเปิดเกมบุกในสไตล์ของตนเข้าใส่กัน แต่บางครั้งก็อาจจะเล่นกันค่อนข้างจะรัดกุมในทีแรกๆ มีขณะที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ความผิดพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวสามารถตัดสินผลจากการแข่งขันได้ แถมยังที่ยากจะคาดเดาว่าแต่ละข้างจะมีทีเด็ดอะไรที่เก็บหลบซ่อนเอาไว้ เพราะว่าอย่างที่เข้าใจกันดี เรือใบสีฟ้ามีเกมบุกที่เยี่ยมที่สุดทีมหนึ่งในยุโรปในเดี๋ยวนี้ แต่สิงห์บลูส์เองก็มีแนวรับที่อดทนอันดับหนึ่งของทวีปเหมือนกัน ด้วยเหตุนั้นขึ้นอยู่กับการแก้หมากของกุนซือทั้งสองฝ่ายว่าจะทำเป็นถูกจุดแค่ไหน แถมได้โอกาสสูงที่เกมจะลากยาวไปถึงดวลจุดลูกโทษวินิจฉัยอีกด้วย

คาดคะเนสกอร์ : แมนฯ ซิตี้ 1-1 เชลซี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะจุดลูกโทษไปได้)